ผู้บริหาร

นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์
ผู้อำนวยการสถานศึกษา
งานประกันคุณภาพการศึกษา
งาน กพร.
กลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ
การงานอาชีพและเทคโนโลยี
วิทยาศาสตร์
แบบสำรวจความคิดเห็น
สำรวจความคิดเห็น ชุดวอร์ม ประจำปีการศึกษา 2556
แบบที่ 1
แบบที่ 2
แบบที่ 3
ดูผลโหวด
เว็บบอร์ด
เฉพาะสมาชิกเท่านั้นต้องการสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่ หรือเข้าระบบ คลิกที่นี่
ใกล้สอบ O-net แล้วตั้งใจแล้วไปสอบด้วย ว่าแล้วเอาแนวข้อสอบไปอ่านเล่นมามามา อยู่ที่ไหนก็เรียนได้
โพสโดย
ครูก้อง
http://www.trueplookpanya.com/true/examination_display.php?exam_id=4207



ลองเข้าไปทำดูในเวปนี้นักเรียน  สนุกๆๆ แล้วประเมินตัวเองว่าพร้อมหรือยัง  ได้คะแนนเท่าไหร่บอกด้วยก็ดี

หามาให้ลองดู   ตอบเอาคะแนด้วยนะ  เป็นกำลังใจสำหรับอนาคตใหม่ที่กำลังรอครับ


เอกภพ
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
รอการตรวจสอบ
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/2/2f/Hubble_ultra_deep_field.jpg/225px-Hubble_ultra_deep_field.jpg
http://bits.wikimedia.org/skins-1.18/common/images/magnify-clip.png
ส่วนที่ลึกสุดของจักรวาลที่กล้องฮับเบิลส่องไปถึง
เอกภพ (มาจาก universe = uni + verse) หรือ จักรวาล ในดาราศาสตร์นั้น คือ พื้นที่อันกว้างใหญ่มหาศาลข้างนอกนั่นสุดที่จะจินตนาการได้ ประกอบด้วย ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ ที่รวมทั้งโลก กาแล็คซี่ทางช้างเผือกของเรา และกาแล็คซี่อื่น ๆ อีกมากมาย และยังมีพื้นที่ว่างเปล่าระหว่างกาแล็คซี่
ดาราศาสตร์ คือวิชาวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาวัตถุท้องฟ้า (อาทิ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ดาวหาง และดาราจักร) รวมทั้งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากนอกชั้นบรรยากาศของโลก โดยศึกษาเกี่ยวกับวิวัฒนาการ ลักษณะทางกายภาพ ทางเคมี ทางอุตุนิยมวิทยา และการเคลื่อนที่ของวัตถุท้องฟ้า ตลอดจนถึงการกำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ[1][2][3]
แบบทดสอบเรื่อง ดวงดาว และอวกาศ
จำนวน 15 ข้อ
คำสั่ง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
ส่วนบนของฟอร์ม

ข้อที่ 1)ทฤษฎีใดที่ใช้อธิบายการเกิดเอกภพ
    สัญญาณภาพผ่านดาวเทียม
    Steady - state
    บิกแบง
    ทฤษฎีขยายตัว

ข้อที่ 2)เมื่อวัตถุอยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก วัตถุนั้นจะมีสภาพเช่นไร
    วัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด
    มวลของวัตถุจะมีค่าต่ำสุด
    วัตถุเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร่งคงที่
    วัตถุนั้นมีน้ำหนักเท่ากับศูนย์




ข้อที่ 3)ทางช้างเผือกที่มองเห็นด้วยตาเปล่า เป็นลายพาดสีขาวสว่างบนท้องฟ้าในเดือนมืดสนิทคืออะไร
    ฝุ่นธุลีในระบบสุริยะ
    ดวงดาวที่อยู่นอกระบบกาแล็กซี ซึ่งอยู่ไกลมากจนมองแยกออกเป็นดวงๆไม่ออก
    เนบิวลาชนิดหนึ่ง
    ดวงดาวที่อยู่ในระบบกาแล็กซีของเรา

ข้อที่ 4)เนื้อสารที่เกิดขึ้นขณะเกิดบิกแบงคือ
    มวลของสารไฮโดรเจนและฮีเลียม
    ไม่มีข้อถูก
    โฟตอน
    ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวทริโน และโฟตอน

ข้อที่ 5)ลักษณะและสมบัติของหลุมดำ คือข้อใด
    มีมวลต่ำอยู่รอบนอกของกาแล็กซี
    มีมวลต่ำอยู่ ณ ศูนย์กลางของกาแล็กซี
    ไม่มีข้อถูก
    มีมวลมหาศาลอยู่ ณ ศูนย์กลางของกาแล็กซี

ข้อที่ 6)ข้อใดเรียงลำดับจากระบบใหญ่ไปสู่ระบบเล็กตามลำดับอย่างถูกต้อง
    กลุ่มดาว เอกภพ ดาราจักร แนวทางช้างเผือก
    เอกภพ ดาราจักร แนวทางช้างเผือก กลุ่มดาว
    ดาราจักร แนวทางช้างเผือก กลุ่มดาว เอกภพ
    แนวทางช้างเผือก กลุ่มดาว เอกภพ ดาราจักร

ข้อที่ 7)พลังงานบนดวงอาทิตย์เกิดจากการหลอมเหลวของแก๊สชนิดใด
    ฮีเลียม
    ออกซิเจน
    ไฮโดรเจน
    ไนโตรเจน

ข้อที่ 8)การที่ดาวฤกษ์ปรากฏเป็นแสงระยิบระยับบนท้องฟ้าเพราะ
    เกิดจากปฏิกิริยาภายในดาวฤกษ์
    เกิดจากดาวฤกษ์สามารถกระพริบแสงได้ในตัวเอง
    เกิดจากอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าบนดวงดาว
    เกิดจากการผันผวนของบรรยากาศโลก ทำให้แสงเกิดการหักเหตลอดเวลา

ข้อที่ 9)การระเบิดของซูเปอร์โนวาทำให้เกิด
    ธาตุที่หนักกว่าธาตุเหล็ก
    ดาวนิวตรอน
    หลุมดำ
    ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 10)คำกล่าวในข้อใดถูก
    ดวงอาทิตย์จบลงด้วยการไม่ระเบิด
    ถูกทุกข้อ
    วาระสุดท้ายของดาวฤกษ์มวลสารมากกว่าดวงอาทิตย์มากๆจะเป็นหลุมดำ
    ดาวแคระขาวเกิดจากดวงอาทิตย์กำลังจะหมดสภาพ

ข้อที่ 11)นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอายุของระบบสุริยะมีค่าประมาณกี่ปี

    ลอราเซีย
    แพนเจีย
    กอนด์วานาแลน
    ทีทีส

ข้อที่ 12)ข้อใดไม่เป็นผลเนื่องจากบรรยากาศบนดาวศุกร์ประกอบด้วยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนใหญ่
    อุณหภูมิสูง
    ความดันสูง
    ปรากฎการณ์เรือนกระจก
    มีน้ำเป็นจำนวนมาก

   ข้อที่ 13)แสงเหนือ แสงใต้เกิดจากอะไร
    อนุภาคของลมสุริยะชนกับสนามแม่เหล็กโลก
    รังสีอัตราไวโอเลตชนกับอะตอมของแก๊สในบรรยากาศของโลก
    รังสีอัตราไวโอเลตที่แผ่จากดวงอาทิตย์ชนกับสนามแม่เหล็กโลก
    อนุภาคของลมสุริยะชนกับอะตอมของแก๊สในบรรยากาศของโลก

  ข้อที่ 14)บนดาวอังคารควรมีลมพัดหรือไม่เพราะเหตุใด
    ควรมี เพราะบริเวณต่างๆได้รับแสงอาทิตย์แตกต่างกัน
    ไม่ควรมี เพราะบริเวณส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง
    ไม่ควรมี เพราะบรรยากาศเบาบางมาก
    ควรมี เพราะบรรยากาศประกอบด้วยแก๊สต่างๆคล้ายกันบนโลก

 ข้อที่ 15)ความเร็วที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่เป็นแนววิถีโค้งรอบโลกโดยไม่ตกลงสู่พื้นโลกเรียกว่า
    ความเร็วโคจรรอบโลก
    ความเร็วหลุดพ้น
    ความเร็วสุดท้าย
    ความเร็วเริ่มต้น
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ข้อที่ 1)
ทฤษฎีที่อธิบายเกี่ยวกับการกำเนิดของเอกภพ ที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน คือทฤษฎีอะไร
   เอกภพ
   บิกแบง
   สัมพันธภาพ
   ดาราศาสตร์

ข้อที่ 2)
ทฤษฎีตามข้อ 1 ได้อธิบายหลักการสำคัญไว้ว่าอย่างไร
   พระเจ้าเป็นผู้สร้าง
   ธรรมชาติเป็นผู้สร้าง
   มวลเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานได้
   พลังงานเปลี่ยนรูปเป็นมวลได้

ข้อที่ 3)
อนุภาคมูลฐานที่มีขนาดเล็กที่สุด ในการให้กำเนิดเอกภพ เรียกว่าอะไร
   ควาร์ก
   โปรตอน
   นิวเคลียส
   อิเล็กตรอน

ข้อที่ 4)
เอกภพ มีอายุประมาณเท่าไร
   15,000 ล้านปี
   10,000 ล้านปี
   5,000 ล้านปี
   1,000 ล้านปี

ข้อที่ 5)
เอกภพ มีรัศมีไม่น้อยกว่าเท่าไร
   15,000 ล้านปีแสง
   10,000 ล้านปีแสง
   5,000 ล้านปีแสง
   1,000 ล้านปีแสง

ข้อที่ 6)
ปัจจุบันนี้เอกภพ มีการเคลื่อนที่อย่างไร
   อยู่นิ่ง
   เคลื่อนที่เข้ามารวมกัน
   ขยายตัวออกจากกัน
   ยังไม่มีข้อมูล

ข้อที่ 7)
การเรียงลำดับจากสิ่งที่มีขนาดเล็กไปหาขนาดใหญ่ ในข้อใดถูกต้อง
   กาแล็กซี ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ เอกภพ
   ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ กาแล็กซี เอกภพ
   กาแล็กซี ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ เอกภพ
   ดาวฤกษ์ กาแล็กซี ดาวเคราะห์ เอกภพ

ข้อที่ 8)
ระบบสุริยะ อยู่ในกาแล็กซีใด
   กังหัน
   ทางช้างเผือก
   แอนโอรเมดา
   แมกเจลแลน

ข้อที่ 9)
กาแล็กซีของเรา สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในคืนเดือนมืด อยู่ในทิศใด
   ใต้
   เหนือ
   ตะวันตก
   ตะวันออก

ข้อที่ 10)
กาแล็กซี หนึ่ง ๆ มีรัศมีประมาณเท่าไร
   150,000 ปีแสง
   100,000 ปีแสง
   50,000 ปีแสง
   10,000 ปีแสง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ข้อความเกี่ยวกับ  “กาแล็กซี”  ในข้อใดไม่ถูกต้อง
ส่วนบนของฟอร์ม
ก.  กาแล็กซีทางช้างเผือกจัดเป็นกาแล็กซีก้นหอย
ข.  ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ดาวหาง อุกกาบาต ฝุ่นผง แก๊สในอวกาศเป็นองค์ประกอบในกาแล็กซี
ค.  กาแล็กซี  X  ห่างจากกาแล็กซี  Y  10  ปีแสง  ซึ่งมีระยะทางเท่ากับ  9.5  x  1014  Km
ง.  กาแล็กซีทั้งหลายในจักรวาลจะอยู่กันเป็นกลุ่ม  บางกลุ่มประกอบด้วยกาแล็กซีหลายแบบ
ส่วนล่างของฟอร์ม
2. ข้อใดเรียงลำดับขนาดของดาวเคราะห์จากใหญ่ไปหาเล็กได้ถูกต้อง
ก.  ดาวศุกร์  >  ดาวอังคาร  >  ดาวพุธ
ข.  ดาวเนปจูน  >  ดาวยูเรนัส  >  ดาวเสาร์
ค.  โลก  >  ดาวเนปจูน  >  ดาวพลูโต
ง.  ดาวพฤหัสบดี  >  ดาวอังคาร  >  ดาวศุกร
3. ข้อใดเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันและสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า
ก.  ดาวพุธ  ดาวอังคาร
ข.  ดาวพฤหัสบดี  ดาวเสาร์
ค.  ดาวศุกร์  ดาวยูเรนัส                          
ง.   ดาวเสาร์  ดาวพุธ
4. ดาวเคราะห์น้อยเป็นดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่ระหว่างดาวใด
ก. ดาวพุธ  -  ดาวศุกร์                            
ข.  ดาวพฤหัสบดี  -  ดาวเสาร์
ค.  ดาวเสาร์  -  ดาวยูเรนัส
ง.   ดาวอังคาร  -  ดาวพฤหัสบดี
5. ในระบบสุริยะ  (1)  บริวารที่โคจรรอบดาวศูนย์กลาง  และ  (2)  บริวารที่โคจรรอบดาวเคราะห์  คืออะไร
ก. (1)  ดาวหาง  (2)  ดวงจันทร์                   
ข.  (1)  ดาวเคราะห์  (2)  อุกกาบาต
ค.  (1)  ดาวเคราะห์น้อย  (2)  ดาวหาง
ง.  (1)  ดวงจันทร์  (2)  ดาวเคราะห์น้อย
6. ข้อความเกี่ยวกับดาวเคราะห์ในข้อใดไม่  ถูกต้อง
ก.   ไม่มีแสงในตัวเอง                           
ข.   เคลื่อนที่ได้ตลอดเวลา
ค.  ไม่มีพลังงานความร้อนในตัวเอง        
ง.   กะพริบแสงตลอดเวลา
7. ดาวเคราะห์ในข้อใดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า่
ก.  ดาวพุธ  ดาวศุกร์                            
ข. ดาวพฤหัสบดี  ดาวเสาร์ 
ค. ดาวยูเรนัส  ดาวเนปจูน 
ง.  ดาวอังคาร  ดาวศุกร์
8. ข้อใดกล่าวถึงอุกกาบาตไม่    ถูกต้อง
ก.  ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง              
ข.   อยู่ในที่ว่างระหว่างดาวฤกษ
ค.  ตกลงสู่โลกด้วยแรงดึงดูดของโลก       
ง.  เมื่อลุกไหม้เป็นแสงสว่างพุ่งลงสู่โลกเรียกว่า  ดาวตก
9. ทุกข้อเป็นจริงเกี่ยวกับดวงอาทิตย์ ยกเว้น   ข้อใด
ก.   ดาวฤกษ์สีเหลืองขนาด  109  เท่าของโลก
ข.  มีดาวบริวารหลายชนิดเช่น  ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง
ค.  ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก
ง.   อยู่ที่แขนของกาแล็กซี  และอยู่ห่างจากใจกลางประมาณ  3,000  ปีแสง
10. ข้อความใดต่อไปนี้เป็๋นความจริง
1. เอกภพ  คือ  ที่รวมของกาแล็กซี
2. ในจักรวาลมีกาแล็กซีประมาณหนึ่งล้านกาแล็กซี
3. โลกอยู่ในกาแล็กซีก้นหอยคาน
ก.ข้อ 1
ข.ข้อ 1 และ 3
ค.ข้อ 2 และ3
ง.ข้อ 1 และ 2
สรุปเนื้อหา บทที่ ( 4 )
เรื่องเอกภพ

1. ดาราศาสตร์ หมายถึง วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับดวงดาวต่าง ๆ รวมทั้งโลกที่เราดำรงชีวิตอยู่
2. มนุษย์สังเกตลักษณะ ตำแหน่งและการโคจรของดาวและกลุ่มดาวเพื่อ นำไปใช้ประโยชน์ในการนำทางหรือบอกทิศการเดินทาง
3. ปรากฏการณ์ที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์คือ การเกิดฤดูกาล
4. กาแล็กซีมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  100,000 ปีแสง
5. ระยะทาง 1 ปีแสง หมายถึง ระยะทางที่แสงเดินทางได้ในอวกาศเป็นเวลานาน 1 ปีหรือประมาณ 9.5 ล้านล้านกิโลเมตร
6. กำเนิดเอกภพเริ่มนับจากจุดที่เรียกว่า บิกแบง (Big Bang)
7. ปัจจุบันเอกภพประกอบด้วยกาแล็กซีจำนวนแสนล้านแห่ง ระหว่างกาแล็กซีเป็นอวกาศที่เวิ้งว้างกว้างไกล เอกภาพจึงมีขนาดใหญ่มาก
8. เอกภพมีขนาดของรัศมีไม่น้อยกว่า 15,000 ล้านปีแสงและมีอายุประมาณ 15,000 ล้านปี
9. บิกแบงเป็นทฤษฎีที่อธิบายถึงการระเบิดใหญ่  ที่ทำให้พลังงานส่วนหนึ่งเปลี่ยนไปเป็นเนื้อสาร มีวิวัฒนาการต่อเนื่องจนเกิดเป็นกาแล็กซี  เนบิวลา ดาวฤกษ์  ระบบสุริยะ  โลก  ดวงจันทร์  มนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ
10. ขณะเกิดบิกแบง มีเนื้อสารเกิดขึ้นในรูปของ อนุภาคพื้นฐานชื่อ ควาร์ก  อิเล็กตรอน  นิวทริโนและโฟตอน ซึ่งเป็นพลังงาน
11. ประจุไฟฟ้ารวมของเอกภพมีค่าเป็นศูนย์เนื่องจากอนุภาคและปฏิอนุภาคในเอกภพมีประจุไฟฟ้าตรงข้ามกันเมื่อเกิดการหลอมรวมกันจะเกิดเป็นพลังงานและอนุภาคยังคงมีจำนวนเหลืออยู่จะก่อกำเนิดเป็นเนื้อสารหรือสะสารในเอกภพ
12. หลังเกิดบิกแบงเพียง 10-6 วินาที อุณหภูมิของเอกภพลดลงเป็น สิบล้านล้านเคลวิน  ทำให้ควาร์กเกิดการรวมตัวกันกลายเป็นโปรตอนและนิวตรอน
13. หลังเกิดบิกแบงเพียง 3 นาที อุณหภูมิของเอกภพลดลงเป็น ร้อยล้านเคลวิน  ทำให้โปรตอนและนิวตรอนรวมตัวกันกลายเป็นนิวเคลียสของฮีเลี่ยม
14. หลังเกิดบิกแบงเพียง 300,000 ปี อุณหภูมิของเอกภพลดลงเป็น 10,000 เคลวิน  ทำให้นิวเคลียสของไฮโดรเจนและฮีเลียมดึงอิเล็กตรอนเข้ามาอยู่ในวงโคจรเกิดเป็นอะตอมของไฮโดรเจนและฮีเลียมตามลำดับ
15. การเกิดกาแล็กซีต่าง ๆ จะเกิดหลังบิกแบง 1,000 ล้านปี ภายในกาแล็กซีมีธาตุไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นสารเบื้องต้น
16. ปรากฏการณ์อย่างน้อย 2 อย่างที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบงคือ การขยายตัวของเอกภพและอุณหภูมิพื้นหลังของอวกาศ ซึ่งปัจจุบันลดลงเหลือ 2.73 เคลวิน
17. กาแล็กซีหมายถึง อาณาจักรหรือระบบดาวฤกษ์จำนวนนับแสนล้านดวง  อยู่รวมกันด้วยแรงโน้มถ่วงระหว่างดวงดาวกับหลุมดำที่มีมวลมหาศาล ซึ่งอยู่ ณ ศูนย์กลางของกาแล็กซี
18. โลกของเราเป็นส่วนหนึ่งของกาแล็กซีที่ชื่อว่ากาแล็กซีทางช้างเผือก
19. มีกาแล็กซีที่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าได้แก่ กาแล็กซีแอนโดรเมดา  กาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่และกาแล็กซีแมกเจลแลนเล็ก
20. เราสามารถสังเกตเห็นทางช้างเผือกปรากฏเป็นแนวฝ้าขาวจาง ๆ ขนาดกว้าง 15 องศา พาดผ่านเป็นทางยาวรอบท้องฟ้า โดยเฉพาะท้องฟ้าในทิศทางของกลุ่มดาวแมงปล่อง  กลุ่มดาวคนยิงธนู  กลุ่มดาวนกอินทรี  และกลุ่มดาวหงษ์
21. ระบบสุริยะของเราอยู่หางจากศูนย์กลางของกาแล็กซีประมาณ 30,000 ปีแสงและมีดาวฤกษ์ไม่น้อยกว่าแสนล้านดวงในกาแล็กซีนี้
22. กาแล็กซีทางช้างเผือกมีลักษณะรูปร่างคล้ายกังหัน คือมีบริเวณกลางสว่างและมีแขนโค้งรอบนอก ระยะจากขอบหนึ่งผ่านจุดศูนย์กลางไปยังอีกขอบหนึ่งยาวประมาณ 100,000 ปีแสง
23. กาแลกซีเพื่อนบ้านแอนโดรเมดาเป็นกาแล็กซีรูปกังหันหรือสไปรัล  อยู่ห่างจากโลกประมาณ 2.4 ล้านปีแสง อยู่ในกลุ่มดาวแอนโดรเมดา
24. กาแล็กซีแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ
            1. กาแล็กซีกังหันหรือสไปรัล
            2. กาแล็กซีกังหันมีแกนหรือบาร์สไปรัล
            3. กาแล็กซีรูปไข่
            4. กาแล็กซีไร้รูปร่าง
สรุปเนื้อหา บทที่ ( 5 )
เรื่องดาวฤกษ์

1. ดาวฤกษ์เป็นก้อนแก๊สร้อนขนาดใหญ่ มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็น ธาตุไฮโดรเจน
2. ดาวฤกษ์ทุกดวงมีลักษณะที่เหมือนกัน 2 อย่างคือ มีพลังงานในตัวเองและเป็นแหล่งกำเนิดของธาตุต่าง ๆ เช่น ธาตุฮีเลียม  ลิเทียม  เบริเลียม
3. ดาวฤกษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์มาก ๆ มักจะมีธาตุที่มีนิวเคลียสขนาดใหญ่เท่านั้น
4. ดาวฤกษ์บนท้องฟ้าจะมีความแตกต่างกันในเรื่อง  มวล  อุณหภูมิผิว  สี  อายุ  องค์ประกอบทางเคมี  ขนาด  ระยะห่าง  ความสว่างและระบบดาว
5. วิวัฒนาการของดาวฤกษ์มีลักษณะคือ เกิดจากการยุบรวมตัวของเนบิวลา หรืออาจกล่าวได้ว่าเนบิวลาเป็นแหล่งกำเนิดของดาวฤกษ์ทุกประเภท แต่จุดจบของดาวฤกษ์จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับมวลสาร
6. ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยจะใช้เชื้อเพลิงในการเผาไหม้น้อยมีผลทำให้ช่วงชีวิตของดาวฤกษ์ยาวและจบชีวิตลงด้วยการไม่ระเบิด
7. ดาวฤกษ์ที่จบชีวิตโดยการไม่ระเบิดจะกลายเป็นดาวแคระขาว เช่นดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะของเรา
8. ดาวฤกษ์ที่มีมวลมากจะใช้เชื้อเพลิงในการเผาไหม้มากมีผลทำให้ช่วงชีวิตของดาวฤกษ์สั้นและจบชีวิตลงด้วยการระเบิดอย่างรุนแรงที่เรียกว่าซูปเปอร์โนวา
9. การเกิดซูปเปอร์โนวาจะมีแรงโน้มถ่วงทำให้ดาวยุบตัวลงกลายเป็นดาวนิวตรอนหรือหลุมดำ ในขณะเดียวกันก็มีแรงสะท้อนที่ทำให้ส่วนภายนอกของดาวระเบิดเกิดธาตุหนักต่าง ๆ
10. พลังงานของดวงอาทิตย์เกิดที่แกนกลางชั้นในสุด เป็นบริเวณที่ มีอุณหภูมิและความดันสูงมาก ทำให้เกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ที่แกนกลางดวงอาทิตย์
11. ปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์เกิดจากโปรตรอนหรือนิวเคลียสของธาตุไฮโดรเจน 4 นิวเคลียสหลอมไปเป็นนิวเคลียสของธาตุฮีเลียม 1 นิวเคลียสพร้อมกับพลังงานมหาศาล
12. อัตราเร็วของแสงในอวกาศมีค่าเท่ากับ 300,000 กิโลเมตร/วินาที หรือ 186,000 ไมล์/วินาที
13. เมื่ออุณหภูมิที่แกนกลางของดวงอาทิตย์สูงขึ้นมากกว่าเดิมเป็น 100 ล้านเคนวินจะเกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์หลอมนิวเคลียสของธาตุฮีเลียมเป็นนิวเคลียสของคาร์บอน
14. ในขณะที่ไฮโดรเจนที่อยู่รอบแกนฮีเลียมมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะเกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ทำให้ดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 100 เท่าของขนาดเดิมลีบริเวณผิวนอกจะกลายเป็นสีแดงเรียกว่า ดาวยักษ์แดง มีช่วงเวลาสั้น ๆ
15. หลังจากเป็นดาวยักษ์แดงแล้วแรงโน้มถ่วงจะทำให้แกนกลางของดาวยุบตัวลงกลายเป็นดาวแคระขาวซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 13,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 1 ใน 100 ของดวงอาทิตย์ขนาดเดิม
16. หลังจากดวงอาทิตย์กลายเป็นดาวแคระขาวแล้วอุณหภูมิจะเริ่มลดลงในที่สุดจะไม่มีปฏิกิริยานิวเคลียร์และหยุดส่องแสงสว่างกลายเป็นดาวแคระดำ
17. ความสว่างของดาวฤกษ์เป็นพลังงานจากดาวฤกษ์ดวงนั้นใน 1 วินาที
18. ความสว่างมีหน่วยเป็นหน่วยของพลังงาน
19. อันดับความสว่างไม่มีหน่วยเป็นเพียงตัวเลขที่กำหนดขึ้นโดยมีหลักว่าดาวฤกษ์ริบหรี่ที่สุดที่ตาเปล่ามองเห็นมีอันดับความสว่าง 6 และดาวฤกษ์สว่างที่สุดมีอันดับความสว่าง 1
20. ดาวที่มีอันดับความสว่าง ต่างกัน 1 จะมีความสว่างต่างกันประมาณ 2.5 เท่า
21. ดวงอาทิตย์มีอันดับความสว่างเท่ากับ -26.7  ดาวศุกร์เมื่อสว่างที่สุดมีอันดับความสว่าง -4.5
22. อันดับความสว่างของดวงดาวแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ อันดับความสว่างปรากฏและอันดับความสว่างที่แท้จริง
23. อันดับความสว่างที่แท้จริงของดาวเป็นอันดับความสว่างปรากฏเมื่อดาวอยู่ห่างจากโลก 10 พาร์เสคหรือ 32.61 ปีแสง
24. สีของดาวฤกษ์มีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิของดาวฤกษ์โดยแบ่งได้ 7 ชนิดคือ O B A F G K M
25. ดวงอาทิตย์มีสีและอุณหภูมิคือ สีเหลือง  และอุณหภูมิประมาณ 4,200 – 6,000 เคลวิน
26. สีของดาวฤกษ์นอกจากจะสัมพันธ์กับอุณหภูมิของดาวฤกษ์แล้วยังสัมพันธ์กับอายุของดาวฤกษ์ด้วย
27. ดาวฤกษ์ที่มีอายุน้อย จะมีอุณหภูมิผิวสูง  มีสีขาว  น้ำเงิน
28. ดาวฤกษ์ที่มีอายุมาก จะมีอุณหภูมิผิวต่ำ  มีสีแดง
29. ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ระบบสุริยะที่สุดคือ แอลฟาเซนเทารี อยู่ห่าง 4.26 ปีแสงหรือ 40 ล้านล้านกิโลเมตร
30. ดวงจันทร์อยู่ห่างโลก น้อยกว่า 2 วินาทีแสง ดวงอาทิตย์อยู่ห่างโลก 500 วินาทีแสง(8.3 นาทีแสง)
31. การวัดระยะห่างจากโลกถึงดาวฤกษ์ทำได้หลายวิธี วิธีหนึ่งที่สำคัญจะใช้วิธีแพรัลแลกซ์
32. เนบิวลาไม่ใช่ดาวฤกษ์แต่เป็นกลุ่มแก๊สขนาดใหญ่โตมาก แก๊สและฝุ่นในเนบิวลาสว่างกำลังเคลื่อนที่ยุบตัวเข้ารวมกันเป็นดาวฤกษ์ดวงใหม่หลายดวง
33. ต้นกำเนิดของเนบิวลาคือ สสารดั้งเดิมหลังบิกแบง และซากที่เหลือจากการระเบิดของดาวฤกษ์
สรุปเนื้อหา บทที่ ( 6 )
เรื่องกำเนิดระบบสุริยะ

1. การเกิดระบบสุริยะจากเนบิวลามวลสารส่วนใหญ่กลายเป็น ดวงอาทิตย์ ซึ่งมีค่าประมาณ 99.9 % ของมวลสารทั้งหมดของระบบสุริยะ
2. ระบบสุริยะประกอบด้วย ดวงอาทิตย์  ดาวเคราะห์  ดาวเคราะห์น้อย ดาวหางและเศษวัตถุขนาดเล็กๆ
3. ขณะที่มวลสารของเนบิวลาส่วนใหญ่กลายเป็นดวงอาทิตย์ เนบิวลาที่อยู่รอบนอกไม่ได้เคลื่อนไปรวมเป็นดวงอาทิตย์ แต่เคลื่อนที่ หมุนวงเป็นแผ่นกลมแบนรอบดวงอาทิตย์และจับกลุ่มกลายเป็นดาวเคราะห์และบริวารอื่น ๆ ของดวงอาทิตย์
4. นักดาราศาสตร์แบ่งเขตพื้นที่รอบดวงอาทิตย์ตามลักษณะการก่อตัวเป็นบริวารของดวงอาทิตย์  ออกเป็น 4 เขต คือ ดาวเคราะห์ชั้นใน  แถบดาวเคราะห์น้อย  ดาวเคราะห์ชั้นนอกและเขตของดาวหาง
5. ดาวเคราะห์ที่มีลักษณะผิวแข็งหรือเป็นหินแบบเดียวกับโลกจึงเรียกว่า ดาวเคราะห์หิน
6. ดาวเคราะห์ชั้นนอกหรือดาวเคราะห์ยักษ์เป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่ มีองค์ประกอบหลักเป็นไฮโดรเจนและฮีเลี่ยมทั้งดวง
7. ดาวเคราะห์ชั้นนอก ประกอบไปด้วย ดาวพฤหัสบดี  ดาวเสาร์  ดาวยูเรนัส  ดาวเนปจูน
8. เศษที่เหลือจากดาวเคราะห์ยักษ์คือ ดาวหางจำนวนมากที่อยู่รอบนอกของระบบสุริยะ และเศษเหลือจากการสร้างดาวเคราะห์หินคือดาวเคราะห์น้อย
9. ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่มีสีเหลือง ชนิดสเปกตรัม  G อุณหภูมิผิวประมาณ 6,000 เคลวิน
10. เราสามารถมองเห็นดาวเคราะห์ได้เนื่องจากแสงสว่างที่ส่องออกมาจากดวงอาทิตย์ไปสะท้อนกับดาวเคราะห์นั้น
11. ลมสุริยะหมายถึง อนุภาคโปรตรอนและอิเล็กตรอนที่แผ่รังสีออกมาจากดวงอาทิตย์
12. ลมสุริยะใช้เวลาเดินทางมาถึงโลกภายในเวลา 20 – 40 ชั่วโมงและแสงสว่างเดินทางเพียง 8.3 นาที
13. บริเวณที่มีการระเบิดอย่างรุนแรงบนดวงอาทิตย์จะเกิดขึ้นทุก ๆ 11 ปีซึ่งจะมีการปลดปล่อยอนุภาคจำนวนมากมายเรียนว่า พายุสุริยะ
14. ผลกระทบของพายุสุริยะต่อโลกคือ การเกิดแสงเหนือแสงใต้  การเกิดไฟฟ้าแรงสูงในบริเวณประเทศใกล้ขั้วโลก การสื่อสารวิทยุคลื่นสั้นและวงจรอิเล็กทรอนิกส์ถูกรบกวน
สรุปเนื้อหา บทที่ ( 7 )
เรื่องเทคโนโลยีอวกาศ

1. กล้องโทรทรรศน์ชนิดหักเหแสงที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีขนาดของเลนส์วัดโดยเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร
2. กล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสงของหอดูดาวสิรินธรมีลักษณะเป็นแบบแคสสิเกรน กระจกเว้ารับแสง
3. การส่งดาวเทียมและยานอวกาศจากพื้นโลกจะต้องมีความเร็วอย่างน้อย 7.91 กิโลเมตรต่อวินาที
4. หากต้องการให้ออกนอกวงโคจรรอบโลกจะต้องใช้ความเร็วมากกว่า 11.2 กิโลเมตรต่อวินาที
5. ความเร็วผละหนี หมายถึง ความเร็วของการผละหนีจากพื้นโลกเพื่อที่จะหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของโลก
6. ความเร็วผละหนีจะมีค่าลดลงเมื่อมีระยะสูงจากพื้นมากขึ้น
7. บั้งไฟของไทยใช้หลักการเช่นเดียวกับจรวดคือ แรงกิริยาจากบั้งไฟที่พุ่งไปข้างหน้าเท่ากับแรงปฏิกิริยาที่ไอเสียพุ่งออกไปทางด้านหลัง
8. เชื้อเพลิงเหลวที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการขับเคลื่อนของจรวดประกอบด้วยออกซิเจนเหลวและไฮโดรเจนเหลว
9. ระบบขนส่งอวกาศประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ จรวดเชื้อเพลิงแข็ง  ถังเชื้อเพลิงภายนอกและยานขนส่งอวกาศ
10. ผลของการที่มนุษย์ต้องไปอยู่ในอวกาศนาน ๆ จะมีผลเสียต่อร่างการคือ หัวใจทำงานช้าลง กล้ามเนื้อทุกส่วนมีขนาดเล็กลง  กระดูกมีความหนาแน่นลดลง
11. ดาวเทียมที่ส่งขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศภายนอกได้แก่
            1. ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา
            2. ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลก
            3. ดาวเทียมสังเกตการณ์ดาร
โพสโดย : ครูก้อง
IP : 101.51.7.162
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,09:39 น.
ความเห็นที่ 13
โพสโดย
ชมพู่
รายละเอียดข้อมูลคะแนนของนักเรียน :
 
วิชา
: วิทยาศาสตร์
 
รหัสข้อสอบ
: SCMB604207
 
ชื่อข้อสอบ
: ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย เรื่อง โลกและดวงดาว ชุดที่1
 
ข้อสอบมีทั้งหมด
: 10 ข้อ
 
คุณทำคะแนนได้
: 9 ข้อ
 
คิดเป็นร้อยละ
: 90
 
 
รัชนี  วามะเกต   เลขที่19 ม.6/2 อ.วินัย  ประชุมแดง
 
โพสโดย : ชมพู่
IP : 113.53.230.114
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,18:11 น.
ความเห็นที่ 12
โพสโดย
ตู่น้อย
รายละเอียดข้อมูลคะแนนของนักเรียน :
 
วิชา
: วิทยาศาสตร์
 
รหัสข้อสอบ
: SCMB604207
 
ชื่อข้อสอบ
: ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย เรื่อง โลกและดวงดาว ชุดที่1
 
ข้อสอบมีทั้งหมด
: 10 ข้อ
 
คุณทำคะแนนได้
: 9 ข้อ
 
คิดเป็นร้อยละ
: 90
 


มะลิวัลย์  บุญตวง  เลขที่7  ม.6/2   อ.วินัย   ประชุมแดง
 
 
โพสโดย : ตู่น้อย
IP : 113.53.230.114
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,18:07 น.
ความเห็นที่ 11
โพสโดย
jomzaza

นางสาวอรนุช ดีโม้
โพสโดย : jomzaza
IP : 113.53.230.114
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,11:22 น.
ความเห็นที่ 10
โพสโดย
tang-somruedee

นางสาวสมฤดี ปรือปรัก
โพสโดย : tang-somruedee
IP : 113.53.230.114
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,11:20 น.
ความเห็นที่ 9
โพสโดย
paw-paweena

นางสาวปวีณา บุญมานันต์
โพสโดย : paw-paweena
IP : 113.53.230.114
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,11:18 น.
ความเห็นที่ 8
โพสโดย
samorn ไร้ สาระ

นางสาวสมร คุณุรัตน์
โพสโดย : samorn ไร้ สาระ
IP : 113.53.230.114
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,11:15 น.
ความเห็นที่ 7

นางสาวพิจิตรา คุณธรรม
IP : 113.53.230.114
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,11:13 น.
ความเห็นที่ 6
โพสโดย
Patchare

นางสาวพัชรี ฉัตรสุวรรณ
โพสโดย : Patchare
IP : 113.53.230.114
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,11:03 น.
ความเห็นที่ 5
โพสโดย
popor

นางสาววรรัตน์ แก้วคุณเมือง
โพสโดย : popor
IP : 113.53.230.114
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,10:57 น.
ความเห็นที่ 4
นางสาวพิจิตรา คุณธรรม เลขที่ ๖ ชั้น ม.๖/๑
IP : 182.52.90.146
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,10:54 น.
ความเห็นที่ 3
โพสโดย
samorn ไร้ สาระ
น.ส สมร  คุณุรัตน์ ม.๖/๑เลขที่ ๓
โพสโดย : samorn ไร้ สาระ
IP : 182.52.90.146
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,10:51 น.
ความเห็นที่ 2
โพสโดย
samorn ไร้ สาระ
น.ส สมร คุณุรัตน์ ม.๖/๑เลขที่ ๓
โพสโดย : samorn ไร้ สาระ
IP : 182.52.90.146
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,10:45 น.
ความเห็นที่ 1
โพสโดย
samorn ไร้ สาระ
น.ส สมร  คุณุรัตน์ ม.๖/๑เลขที่ ๓
โพสโดย : samorn ไร้ สาระ
IP : 182.52.90.146
โพสเมื่อวันที่ : 08 ก.พ. 2556,10:43 น.
สมาชิกล็อกอินเข้าระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ชื่อล็อกอิน:
รหัสผ่าน:

โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี ถ.ชยางกูร ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี 34000